เรื่องราวของ จิ้งจอกสยามเลสเตอร์ ซิตี้

qfq

หลังจากที่เจ้าสัวของไทย ได้เข้าซื้อหุ้นของทีมฟุตบอลสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ นั่นทำให้วงการฟุตบอลไทยและอังกฤษค่อนข้างฮือฮากันพอสมควรเลย แถมพอซื้อแล้วผลงานของเลสเตอร์ซิตี้ ยังพุ่งพรวดจนกลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีคที่ต้องจดจำไปอีกนานแสนนานสำหรับตำนานบทนี้เลยก็ว่าได้ แต่รู้หรือไม่ว่า เลสเตอร์ ซิตี้เองก็มีตำนานอีกหลากหลายบทด้วยกันไปดู

จุดเริ่มต้นของเลสเตอร์ ซิตี้

ต้นกำเนิดของเลสเตอร์ ซิตี้ แม้ว่าจะเป็นการรวมตัวของคนรักฟุตบอลเหมือนกับสโมสรอื่นแต่กลับมีรายละเอียดแตกต่างกัน สโมสรแห่งนี้เกิดจากการรวมตัวของนักเรียนอาวุโสของโรงเรียน Wyggeston and Queen Elizabeth I college แรกเริ่มพวกเค้าใช้ชื่อทีมว่า เลสเตอร์ ฟอสส์ เอฟซี สโมสรแห่งนี้ก่อตั้งในเมือง เลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

การผจญภัยของ จิ้งจอกสยาม

เลสเตอร์ เป็นสโมสรฟุตบอลที่ไม่ได้มีความพร้อมมากมายนัก ทำให้พวกเค้าต้องผจญภัยขึ้นลงทั้งในดิวิชั่น 1 ที่เป็นลีคสูงสุดในขณะนั้น และดิวิชั่นรองลงไป พวกเค้ามีช่วงเวลาอันน่าจดจำในยุคของ บลูมฟิลด์ และอีกครั้งในยุคของ มาร์ติน โอนีล แต่พวกเค้าก็ต้องมีช่วงเวลาไม่น่าจดจำด้วยในปี 2002 แม้จะย้ายสนามใหม่ก็จริงแต่ผลงานในสนามใหม่ฟอร์มดิ่งรูดลงไปเรื่อยจนไปสู่ระดับดิวิชั่น 3 ในปี 2008-2009

จากวิกฤติเป็นโอกาส

จากผลพวงของการตกต่ำยาวไปถึงดิวิชั่น 3 ในปี 2009 นั่นคือวิกฤติอย่างแท้จริงเลยทำให้บอร์ดบริหารต้องหาทางดึงกลุ่มทุนเข้ามาเพื่อยกระดับทีมให้สู้กับทีมอื่นได้ แล้วกลุ่มทุนจากบริษัท คิง เพาเวอร์ ประเทศไทยคือกลุ่มทุนนั้น การเข้าไปของกลุ่มทุนอย่างแรกคือการขยายสนามเหย้าให้เป็น 32,500 ที่นั่งกับเปลี่ยนชื่อสนามใหม่ว่า คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม

ตำนานเทพนิยายบทใหม่ของพรีเมียร์ลีค

หลังจากได้กลุ่มทุนเข้ามา เลสเตอร์ โฉมใหม่ก็ได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆโดยตั้งเป้าขึ้นสู่พรีเมียร์ลีคให้ได้ สุดท้ายพวกเค้าก็ทำสำเร็จในปี 2014 แต่การอยู่รอดในพรีเมียร์ลีคนั้นไม่ง่าย ฤดูกาล 2014-2015 พวกเค้าต้องดิ้นรนอย่างหนักมากเพื่ออยู่รอดในพรีเมียร์ลีคให้ได้ แล้วพวกเค้าก็ทำได้แบบเหลือเชื่อจากผลงานคว้าชัยชนะถึง 7 เกมจาก 9 เกมสุดท้าย จากความยอดเยี่ยม ใจสู้ พวกเค้าต่อยอดความสำเร็จได้อีกครั้งในปี 2015-2016 พวกเค้าเล่นด้วยความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ นักเตะหลายคนเข้าสู่ช่วงพีคของอาชีพนักเตะ จนสุดท้ายพวกเค้าสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีคไปได้แบบหักปากกาเซียนทั่วโลกจนกลายเป็นตำนานบทใหม่ของฟุตบอลสมัยใหม่ อีกทั้งพวกเค้ายังทำได้ดีในเวที UCL ฤดูกาลถัดไปแม้ว่าจะเข้าร่วมเป็นครั้งแรกอีกด้วย


ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มหาอำนาจลูกหนังเมืองน้ำหอม

บรรดาลีคใหญ่ทั้ง 5 ลีคของยุโรปนั้น ลีคเมืองน้ำหอม ฝรั่งเศสดูจะเป็นลีคที่คอลูกหนังบ้านเราไม่ค่อนสนใจเท่าไรนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าทีมในลีคและนักเตะนั้นไม่ค่อยดึงดูดเท่าไร อีกทั้งทีมในฝรั่งเศสเน้นการพัฒนานักเตะในประเทศมากกว่า อย่างไรก็ตามมีอยู่ทีมหนึ่งที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดขึ้นมานั่นคือ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ต้นกำเนิดของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

การก่อตั้งสโมสรแห่งนี้ มีจุดเริ่มต้นน่าสนใจเพราะมันเกิดจากการควบรวมกิจการสองอย่าง ระหว่างฟุตบอลสโมสรฟุตบอลปารีส กับ สนามกีฬาชื่อว่า สตาดแซ็ง แฌร์แม็ง เลยรวมกันเป็นสโมสรชื่อว่า ปารีส แซงต์ แชร์กแมง นั่นเอง อีกหนึ่งเหตุผลของการควบรวมสโมสรแห่งนี้ เพราะว่าผู้คนในเมืองหลวงต้องการจะเห็นทีมของเมืองหลวงอีกครั้งหนึ่ง โดยการควบรวมสโมสรแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 1970 หลังจากไต่เต้ามาสักพักทีมเมืองหลวงก็สามารถปีนขึ้นมาอยู่ลีคสูงสุดของประเทศได้ในที่สุด

การคว้าแชมป์ของทีม

หลังจากก่อตั้งสโมสรแล้ว พวกเค้าก็ต้องใช้ความพยายามอยู่นานทีเดียวกว่าจะได้แชมป์ใบแรกแบบเป็นทางการในฤดูกาล 1981-1982 จากการแข่งขันรายการ กุปเดอฟรองส์ ส่วนแชมป์บอลลีคก็มาได้ในฤดูกาล 1985-1986 จากนั้น ปารีส ก็ได้ไปลุยฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรก แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก หลังจากนั้นพวกเค้าก็พัฒนาตัวเองเรื่อยมาแต่ก็ยังไม่ได้ทิ้งห่างทีมอื่นในลีคเท่าไร แพ้บ้าง ชนะบ้าง ไม่ได้หวือหวาอะไรมากนัก

สัญญาณการพัฒนาแบบก้าวกระโดด

เข้าสู่ช่วงปี 1991 ทีมฟุตบอล ปารีส แม้ว่าจะต้องการพัฒนาตัวเองเพื่อเข้าสู่ความสำเร็จแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนักส่วนหนึ่งเนื่องจากขาดกลุ่มทุน แต่แล้วก็มีบริษัทชื่อว่า canal+ เข้ามาซื้อหุ้นของสโมสรเพื่อนำเม็ดเงินเข้ามายกระดับทีม จนทำให้ทีมประสบความสำเร็จมากมายทั้งภายในประเทศ และนอกประเทศโดยเฉพาะอย่างหลัง พวกเค้าสามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ ยูฟ่าคัพวินเนอร์คัพ (หรือชื่อยูฟ่าคัพในปัจจุบัน) ในปี 1996 ด้วยการเอาชนะทีม ราปิด เวียนนาไปได้ 1-0

การเข้ามาของกลุ่มทุนยักษ์

หลังจากที่บรรดาทีมใหญ่ในยุโรป กำลังเนื้อหอมกลายเป็นแหล่งทำธุรกิจใหม่ของบรรดาเศรษฐีนักธุรกิจทั่วทุกมุมโลก ทีมจากฝรั่งเศสอาจจะไม่ค่อยมีคนมองเห็นเพื่อเข้าซื้อมากนัก จนกระทั่งปี 2011 ได้มีกลุ่มทุนจากกาตาร์ นำโดย นายนาสเซอร์ อัลเคไลฟี นักธุรกิจสัญชาติกาตาร์เป็นผู้นำในการเข้าซื้อครั้งนี้ เมื่อการเจรจาซื้อขายสิ้นสุดลงก็ทำให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมนี้กลายเป็นทีมเงินหนามากสุดทีมหนึ่งในยุโรปไป ดีลระดับโลกต่างเกิดขึ้นด้วยฝีมือของพวกเค้าทั้งนั้น อย่างล่าสุด ดีลการซื้อเนย์มาร์ มาจากบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัว 222 ล้านยูโร หรือประมาณ 8,880 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นดีลสถิติโลกไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว


ลิโอเนล เมสซี่ นักเตะจากต่างดาว

ลิโอเนล เมสซี่ นักเตะจากต่างดาว

สำหรับคนที่ดูฟุตบอลแล้วมักจะมีประโยคคลาสสิคหนึ่งว่า เราโชคดีที่เคยเห็นนักเตะคนนี้เล่นในสนาม ซึ่งแต่ละยุคก็จะพูดถึงนักเตะแตกต่างกันไปอย่างยุคก่อนก็ต้อง เปเล่, มาราโดน่า, เบคเค่นบาวเออร์, แกรี่ ลินิเกอร์ เป็นต้น แต่หากเป็นยุคปัจจุบันย้อนหลังไปไม่เกิน 10 ปีก็ต้องใช้ประโยคนี้กับนักเตะที่มีชื่อว่า โรนัลโด้ และ เมสซี่ แน่นอนวันนี้เราจะไปอ่านเรื่องราวของเค้ากัน มาดูกันว่าเค้าเป็นนักเตะจากนอกโลกจริงหรือเปล่า

ลงสนามครั้งแรกของ เด็กชาย เมสซี่

ย้อนกลับไปในวัยเด็ก เมสซี่เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 1987 ณ เมืองโรซาริโอ ประเทศอาร์เจนตินา เมสซี่เหมือนเกิดมาเพื่อเล่นฟุตบอลโดยแท้จริง เค้าเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 5 ขวบโดยการผลักดันของโค้ชและพ่อในคนเดียวกันชื่อว่า กรานโดลี่ จากนั้น เมสซี่ก็ถูกพ่อของเค้าพาไปเล่นฟุตบอลในระดับสูงขึ้น สโมสรใหญ่กว่าเดิม ซึ่งนั่นคือทีม นีเวลล์ส โอลด์บอย ทีมระดับสูงสุดของอาร์เจนตินาในสมัยนั้น

อุปสรรคใหญ่หลวงทางด้านร่างกาย

การเล่นเกมฟุตบอลนั้น การเข้าปะทะเป็นเรื่องจำเป็นและต้องเจออยู่ตลอดเวลานั่นทำให้ร่างกายต้องมีความสูงใหญ่ แข็งแรงเพื่อทนแรงปะทะและเบียดคู่ต่อสู้ได้ แต่โชคร้าย เมสซี่ เค้ากลับต้องเจอสภาวะขาดฮอร์โมนเจริญเติบโตนั่นทำให้เค้าไม่ได้มีรูปร่างสูงใหญ่ตามวัยอันควร จนทำให้ประตูสู่นักฟุตบอลอาชีพของเค้าเกือบถูกปิดลงแล้ว(ไม่มีอยากรับคนตัวเล็กไปเล่นด้วยเพราะสรีระสู้ไม่ได้) แต่เหมือนพระเจ้าทรงเมตตา ความสามารถของเค้ากลับไปเข้าตาแมวมองของบาร์เซโลน่าเข้าอย่างจังจนทำให้ ทีมงานบาร์ซา รีบติดต่อซื้อตัวมาโดยด่วนแม้ว่าจะต้องจ่ายค่ารักษาเพื่อเพิ่มฮอร์โมนก็ตามแต่ การ์เลส เรซัค ผู้ค้นพบเมสซี่ก็ยืนยันว่า เป็นการลงทุนอันคุ้มค่าแน่นอน

เมสซี่ นักเตะจากต่างดาว

เมื่อ เมสซี่ ได้รับการฝึกฝนวิชาลูกหนังจากโรงเรียนลูกหนังระดับเยาวชนที่ดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่งคือ ลามาเซีย (ศูนย์เยาวชนของบาร์เซโลน่า) นั่นก็ทำให้เค้าฉายแสงออกมาอย่างเห็นได้ชัด เมสซี่ สามารถขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้นเอง เมื่อเค้าได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่แล้ว ก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเค้าได้อีก แม้ว่าสรีระของเค้าจะเล็กกว่านักเตะฝ่ายตรงข้าม แต่ความคล่องตัว ปราดเปรียว ว่องไว ก็ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถดักทางเมสซี่ได้แม้จะต้องทำฟลาว์ก็ตาม เมสซี่ได้แชมป์กับบาร์เซโลน่ามากถึง 30 รายการเลยทีเดียว จนทำให้สื่อต่างขนานนามเค้าว่า นักเตะจากต่างดาว ซึ่งผู้เขียนเองก็ไม่รู้ว่าจะอีกกี่สิบปีจะเกิดอัจฉริยะลูกหนังแบบนี้ขึ้นมาอีก


บาร์เซโลนา ฟุตบอลมากกว่าฟุตบอล

บาร์เซโลนา ถือว่าเป็นสโมสรฟุตบอลอีกแห่งหนึ่งที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจมาก พวกเค้าต้องต่อสู้ทั้งในสนามและนอกสนาม จนทำให้สโมสรแห่งนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสร์มากมาย จะเรียกได้ว่า สโมสรแห่งนี้เป็นมากกว่าสโมสรก็คงจะไม่ผิดนัก ดังนั้นเราจึงขอหยิบเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเล่าสู่กันฟังเพื่อเพิ่มอรรถรสในการเชียร์พวกเค้าในครั้งต่อไป

จุดเริ่มต้น จากการนัดพบ

จุดก่อตั้งสโมสรแห่งนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่หากมองย้อนกลับไปคงไม่เชื่อแน่ว่าสโมสรจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ ย้อนไปในปี 1899 ตอนนั้น ฌูอัน กัมเป เค้าได้ลงโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ว่าต้องการตั้งสโมสรฟุตบอล จึงประชาสัมพันธ์เพื่อรวบรวมทีมขึ้นมา ได้คนมาตอนแรก 11 คนพอดี จากนั้นก็สร้างทีมชื่อว่า ฟุตบอลคลับบาร์เซโลนา แม้ว่าจะเป็นทีมเล็กแต่พวกเค้ากลับคว้ารางวัลระดับท้องถิ่นมามากมาย ถ้วยแรกของพวกเค้าคือ ถ้วยโกปามากยา ในปี 1902

เรื่องราวทางการเมือง

สโมสรฟุตบอลคลับบาร์เซโลนานั้นไม่ได้มีแรงสนับสนุนจากทางภาครัฐทำให้พวกเค้าต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อให้สโมสรเดินหน้าต่อไป ยังดีสโมสรนี้มีสมาชิกหนุนหลังอยู่มากทำให้สโมสรเดินต่อไปได้ อย่างไรก็ตามสโมสรแห่งนี้ก็ได้เจออุปสรรคใหญ่หลวงเลยนั่นคือ การเมือง เนื่องจากแฟนบอลบางส่วนได้มีการเข้าร่วมการต่อต้านเผด็จการของ มีเกล เด รีเบรา และการมองว่าตัวเองคือชาว คาตาลัน ไม่ได้เป็นชาวสเปน ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสเปน ทำให้สโมสรโดนลงโทษจากทางภาครัฐหลายครั้ง ยังไม่นับการเล่นนอกเกม นอกสนามจากทางภาครัฐด้วย บวกกับนักเตะหลายคนโดนเรียกตัวเป็นทหารเพื่อต่อสู้กับการกองทัพปฏิวัติ นั่นทำให้สโมสรแห่งนี้เจียนอยู่เจียนไปเหมือนกันแต่พวกเค้าก็ผ่านพ้นมาได้ ซึ่งวิกฤติเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนาสโมสรแห่งนี้ให้กลายเป็นมืออาชีพมากขึ้น อย่างเช่นการเปลี่ยนชื่อเป็น คลับฟุตบอลบาร์เซโลนาในปัจจุบัน

บาร์เซโลน่า หลังยุคสหัสวรรษ

หลังจากขับเคี่ยวความยิ่งใหญ่กับรีล มาดริดมาโดยตลอด พอเข้าสู่ยุคสหัสวรรษใหม่ บาร์เซโลน่า ก็เดินมาถึงจุดสำคัญอีกครั้ง หลังจากพวกเค้าเสีย หลุยส์ ฟิโก้ให้กับรีล มาดริดไป บาร์เซโลน่ามีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งคราวนี้ โจน ลาปอร์ตา นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเข้ามาบริหารทีม หนึ่งในดีลสำคัญคือการดึง โรนัลดิญโญ่ นักเตะบราซิลเข้าสู่ทีม จากนั้นก็จะมีเหตุการณ์สำคัญอีกครั้งนั่นคือการเปลี่ยนผู้จัดการทีมจากเดิม แฟรงค์ ไรจ์การ์ด มาเป็น เป๊ป กวาดิโอลาร์ ผู้ที่สร้างตำนานบาร์เซโลน่าด้วยสไตล์การเล่นบอลแบบเท้าต่อเท้า ให้กลายเป็นทีมเก่งกาจจนถูกขนานนามว่า ทีมต่างดาวในขณะนั้น นี่คือเรื่องราวของฟุตบอลคลับบาร์เซโลน่า


รีล มาดริด ราชันเหนือราชัน

หนึ่งในทีมสโมสรฟุตบอลที่เต็มไปด้วยความสำเร็จทั้งในระดับประเทศและระดับทวีป มีนักเตะโด่งดังระดับโลกมากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ต้องเป็น รีล มาดริด ทีมที่มีฉายาในบ้านเราว่า ราชันชุดขาว เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักหรือเคยได้ยินเรื่องราวของเค้ากันมาบ้าง หากเราเป็นคนหนึ่งที่ไม่รู้จัก เราจะพาไปรู้จักพวกเค้ากัน

ต้นกำเนิดของสโมสร

ต้นกำเนิดของสโมสรอันยิ่งใหญ่แบบนี้เชื่อไหมว่า เป็นต้นกำเนิดที่ธรรมดามาก เรื่องราวของพวกเค้าเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1897 ตอนนั้นฟุตบอลกำลังเผยแพร่เข้าไปในมาดริด(เผยแพร่โดยนักวิชาการ และนักศึกษาจากเคมบริดจ์)จึงได้มีการตั้งสโมสรฟุตบอลขึ้นชื่อว่า ฟุตบอลคลับสกาย จากนั้นได้มีการแตกสโมสรออกมาเป็นสองส่วนคือ นิวฟุตบอลเดมาดริด และ คลับเอสปัญญอลเดมาดริด แล้วนิวฟุตบอลเดมาดริดก็พัฒนามาเป็นสโมสรรีล มาดริดในปี 1902

ชื่อเจ้าของสนาม รีล มาดริด

รังเหย้าของสโมสรรีล มาดริด มีชื่อว่า ซานติเอโก เบอร์นาเบว ชื่อนี้มีที่มาจากไหน คำตอบก็คือ ชื่อสนามแห่งนี้ได้ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับท่านประธานสโมสรผู้เข้ามาลงทุนและสร้างสนามแห่งนี้ นามว่า ซานเตียโก เบอร์นาเบิว เยสเต เค้าเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานสโมสรในช่วงปี 1945 พร้อมกับการพัฒนาสนามแห่งนี้ พร้อมกับสร้างศูนย์ฝึกซ้อม ตอนนั้นเค้าลงทุนคว้าตัวผู้เล่นระดับโลกอย่าง อัลเฟรโด ดี สเตฟาโน่ เข้าสู่ทีมเพื่อคว้าความสำเร็จ

การเข้ามาของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ

อีกคนหนึ่งที่มีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของสโมสร รีล มาดริด นั่นคือ ท่านประธานสโมสรฟลอเรนติโน่ เปเรซ ย้อนกลับไปในปี 2000 เปเรซ ได้ก้าวเข้ามาสู่ตำแหน่งประธานสโมสร พร้อมกับตำแหน่งนักธุรกิจที่รวยสุดในประเทศสเปนตอนนั้น เค้าสัญญาว่าจะจัดการหนี้ของสโมสรจากนั้นจะทีมกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยกลยุทธ์ของท่านเปเรซ คือการซื้อนักเตะรวมดาราระดับโลกภายใต้โค้ดลับว่า ทีมกาแลคติกอส ฮือฮาสุดคงหนีไม่พ้นการซื้อ ซีเนอดีน ซีดาน จากยูเวนตุส และ หลุยส์ ฟิโก้ มาจากบาร์ซา ทีมรักคู่อาฆาต จากนั้นก็เป็น เดวิด เบคแฮม , ราอูล และอีกมากมายโดยนักเตะทั้งหมดนี้ก็ร่วมกันสร้างความสำเร็จสู่สโมสรได้อย่างน่าชื่นชม

ซีดาน และการคว้าแชมป์

ตัดภาพกลับมาในยุคปัจจุบัน รีล มาดริด เป็นทีมหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลเลยก็ว่าได้ เนื่องจากพวกเค้าเป็นทีมแรกที่สามารถป้องกันแชมป์ UCL ได้มากถึง 3 สมัยซ้อน ด้วยการคุมทีมของ ซีเนอดีน ซีดาน นักเตะที่เพิ่งจะถูกดันขึ้นมาคุมทีมในเวลาไม่นานนัก น่าเสียดายที่เค้าขอออกจากทีมไปพร้อมกับ โรนัลโด ในซัมเมอร์ปีล่าสุด ต้องมาดูกันว่า ราชันชุดขาวในยุคสมัยใหม่จะทำผลงานได้ดีมากน้อยแค่ไหน